ThaiCPF ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ธันวาคม 12, 2017, 08:13:14 AM
หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
ข่าว: - Thai CPF - เว็บของคนรัก ไฟฉาย เป็นกลาง และ เปิดกว้าง  สำหรับทุกคน
-  เพื่อป้องกัน Spam ต้องรบกวนสมัครสมาชิกก่อนตอบกระทู้ครับ
www.fenixlight.com http://www.thaipowerlight.com/Olight-iTP-Flashlight
ThaiCPF.com Thaipowerlight.com

+  ThaiCPF - คนรักไฟฉาย บ้าไฟฉาย คุยเรื่องไฟฉาย ไฟฉายแรงสูง ไฟฉาย LED โมดิฟายไฟฉาย ซื้อ ขาย ไฟฉาย
|-+  เรื่องทั่วไปเกี่ยวกับไฟฉาย
| |-+  รีวิวไฟฉาย อุปกรณ์
| | |-+  Olight S30R III เล็กดีรสโตเลยละครับตัวปรับปรุงตัวนี้ครับ
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] ลงล่าง พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: Olight S30R III เล็กดีรสโตเลยละครับตัวปรับปรุงตัวนี้ครับ  (อ่าน 1630 ครั้ง)
Tula99
Verified Member
Jr. Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 35



« เมื่อ: ธันวาคม 14, 2016, 02:55:18 PM »




            ผมว่ายี่ห้อที่ปรับปรุง พัฒนา ไฟฉายอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพหลอด LED ฟังชั่นการใช้งาน
เพื่อตอบสนองกับผู้ใช้ให้ได้มากที่สุดผมขอยกให้ Olight และรุ่นที่ผมได้มาทดสอบคือ S30R III เป็นรุ่นปรับปรุงจาก S30R II
ซึ่งผมไม่ได้ทดสอบนะครับ เลยขอพูดถึงเฉพาะ S30R II ละกันนะครับ

   เช่นเคยครับ ส่งมาจากร้าน PPP Shop และนำเข้าโดย ThaiPowerLight

1.สเป็คจากโรงงาน
2.รูปลักษณ์ภายนอกภายใน
3.พลังงานที่ใช้
4.เรื่องของแสง
5.ฟังชั่นและสวิทช์ในการใช้งาน
6.ประสิทธิภาพและ Runtime ภาคสนาม

ปล. ท่านใดเปิดภาพไม่ได้ให้ใช้ บาวเซอร์ Chrome หรือ Chromium นะครับ ขออภัยในความไม่สะดวกครับ











1.มาว่ากันด้วยเรื่องสเป็คจากโรงงาน

-หลอด CREE XM-L2 Cool White

-แบตเตอร์รี่ให้มาเป็น 3200mAh 18650  โดยเป็นของทาง Olight เอง เพื่อตอบสนองกับตัวชาร์ตที่ให้มาครับ

-แท่นชาร์ตแบบตั้งโต๊ะ USB 4.2V 1000mAh (ไม่สามารถชาร์ตกับแบตเตอร์รี่อื่นนอกจากที่ Olight ทำมาโดยเฉพาะ)

-ด้านท้ายของตัว S30R III เป็นแม่เหล็ก เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน ยึดติดกับเหล็ก โดยไม่ต้องใช้มือถือ

-มีโหมดล๊อกเอาท์ (Lockout) เพื่อป้องกันการเปิดโดยไม่ได้ตั้งใจ และไฟแสดงสถานะพลังงานต่ำ

-มีวงจรป้องกันกระแสไฟฟ้าย้อนกลับ

-สามารถตั้งเวลาปิดได้สองระดับคือ 3 นาที และ 9 นาที

-ไฟแจ้งเตือนพลังงานเหลือน้อย

-น้ำหนัก: 110g  รวมแบตเตอรี่

-รีเฟล็กซ์เคลือบผิวสะท้อนแสงแบบเรียบอย่างดี และกระจกที่สามารถให้แสงส่องผ่านถึง 99%

-กันกระแทกได้ในระดับความสูงที่ 1.5 เมตร

-กันน้ำระดับ IPX8 กันน้ำลึกที่ 2 เมตร

-ยาว 114 มม. หน้าตัดลำตัว 4.49 มม.

-ในโหมด Turbo แสงสูงสุดที่ 1050 Lumens ได้นาน 2 นาที และจะถูกตัดมาที่โหมด High ที่ 500 Lumens 3.3 ชั่วโมง

-ในโหมด High ที่ 500 Lumens ได้นาน 3.5 ชั่วโมง

-ในโหมด Medium ที่ 120 Lumens ได้นาน 15 ชั่วโมง

-ในโหมด Low ที่ 12 Lumens ได้นาน 130 ชั่วโมง

-ในโหมด Moon (แสงจันทร์) ที่ 0.5 Lumens ได้นาน 100 วัน

-มีโหมด Strobe

-อุปกรณ์ในกล่อง: ตัวไฟฉาย, สแตนเลสคลิป, แบตเตอรี่ 3200mAh 18650 , แท่นชาร์ต USB, สาย USB 50cm, เชือกคล้องมือ  และ คู่มือ





2.มาว่ากันด้วยเรื่องรูปลักษณ์ภายนอกภายใน

         ไม่เคยจับเจ้า S30R II เลยไม่รู้ว่าปรับปรุงอะไรมาบ้าง ถ้าพูดถึงเรื่องวัสดุและการเคลือบแข็ง Olight ไม่ผิดหวังแน่นอนครับ
ผมได้จับเจ้า S2R ซึ่งผมได้ทดสอบไปไม่นาน เจ้า S30R II ยาวกว่า หัวโตกว่าเล็กน้อยครับ เนื่องจาก เจ้า S30R III ใช้โคมสะท้อนแสงแบบรีเฟล็กซ์
ฟังชั่นการใช้งานเหมือนกันครับ วัสดุ เคลือบแข็งเหมือนกัน ตำแหน่งสวิทช์ที่เดียวกัน









         เมื่ออยู่ในมือ





        เมื่อเทียบกับรุ่นที่ผมมี





           ปุ่มกดใช้งานอยู่ในตำแหน่งที่เราใช้ง่ายด้วยมือเดียว มีปุ่มเดียว และมี LED สีแดงซ่อนอยู่เพื่อบอกเวลาพลังงานต่ำ
วงแหวนรอบปุ่มกดเคลือบสีที่ดูแล้วสะดุดตาพอควรให้เราหาง่ายขึ้น ด้านหน้าเคลือบสีเดียวกันกับวงแหวนรอบปุ่มกดสวยงาม
และมีความลึกพอที่จะป้องกันการกระแทกกับกระจกหน้าครับ








          ฝาครอบท้ายเท่านั้นที่เราสามารถถอดได้ ไม่นับรวมคลิปเหน็บนะครับ และยังทำหน้าที่เป็นแม่เหล็กแรงสูง เพียงพอต่อการใช้ติดกับเหล็กเพื่อการใช้งานแบบไม่ต้องจับ
พร้อมจุดเชื่อมต่อสำหรับแท่นชาร์ตที่ให้มาพร้อมกัน เน้นนะครับ เจ้าแบตเตอรี่ต้องรองรับด้วยนะครับ มิฉะนั้นแล้วจะไม่สามารถชาร์ตด้วยแท่นชาร์ตที่ให้มาได้นะครับ
อ้อ เรายังสามารถวัดแรงดันไฟได้จากภายนอกเลยนะครับ ก็ขั้วสองขั้วที่เห็นด้านท้ายนี่แหละครับ  ที่ชาร์ตใช้ร่วมกันได้นะครับ ดูแล้ว Olight คงทำให้เป็นมาตรฐานของเขาเลยละครับ 
และเจ้า S30R III มาพร้องแท่นชาร์ตแบบตั้งโต๊ะ (Micro-Dok III) บอกนิด เจ้า S30R III สามารถใช้สายชาร์ตแม่เหล็ก USB ของเจ้า S1R หรือ S2R ได้นะครับ







          เหมือนกับรุ่นที่ออกมาก่อนหน้านี้ ในตัวที่สามารถชาร์ตด้วยสายชาร์ตแม่เหล็ก หรือแท่นชาร์ต USB ของ Olight ได้แหละครับ
การใส่แบตเตอรี่ ขั้วลบต้องไปอยู่ด้ายหัว และขั้วบวกกลับมาอยู่ด้วยท้ายนะครับ เนื่องด้วยเรื่องของการออกแบบให้เจ้าแบตเตอรี่นั้นมีจุดสัมผัสทั้งขั้นบวกและลบ
เพื่อที่จะต่อกับฝาท้าย และรับกระแสจากแท่นชาร์ตได้ครับ เช่นเดียวกันกับ S1R, S2R, S10R

   มาดูเคล็ดลับที่ Olight ทำแบตเตอรี่ 18650 ของเขามาให้ชาร์ตกับเจ้า S30R III ได้อย่างไร

จากรูปล่าง จะเห็นวงแหวนรอบขั้วบวกของแบตเตอรี่ เป็นวัสดุนำไฟฟ้า ซึ่งต่างกับ 18650 ทั่วไป นั้นคือไฟลบนั้นเองครับ 
และสังเกตที่ฝาปิดท้ายก็จะเป็นจุดเชื่อต่อกับเจ้าแบตเตอรี่เป็นสองส่วนเช่นกัน จึงทำให้ฝาท้ายเชื่อมต่อได้ทั้งขั้วบวกและลบ
เป็นการไม่เปลืองพื้นที่หรือขนาดของเจ้า S30R III ในการออกแบบนั้นเองครับ ย้ำอีกครั้งครับที่ชาร์ตสามารถใช้ร่วมกันได้นะครับกับของ S30R III
และคงเป็นมาตรฐานของทาง Olight ไปแล้วครับ





          ขอแถมเรื่องเจ้า Micro-Dok III USB Charge ที่แถมให้มากับเจ้า S30R III สามารถชาร์ตกระแสได้ถึง 1000mAh
และมี USB Extended สามรถต่อพ่วง USB เพิ่มได้ว่างั้นเถอะ เจ้า Micro-Dok III ยังสามารถนำไปชาร์ตกับเจ้า S1R, S2R,S10R ได้ด้วยนะครับ







           ฐานมียางสุญญากาศเพื่อให้ดูดติดกับพื้นที่เรียบ ๆ จะได้หยิบเจ้าไฟฉายออกมาโดยง่ายนั่นเองครับ







           มีไฟบอกสถานะ การชาร์ต  สีแดงคือกำลังชาร์ต สีเขียว แบตเตอรี่เต็ม





3.มาว่ากันด้วยเรื่องพลังงานที่ใช้

   สเป็คที่บอกมารับแบตเตอรี่ 18650 หรือ 2xCR123A แต่ถ้าไม่ใช่ แบตเตอรี่ 18650 ที่ทาง Olight ออกแบบมา
สามารถใช้งานได้แต่ชาร์ตด้วยแท่นชาร์ต USB Micro-Dok III ไม่ได้นะครับ

   USB ชาร์ตที่ให้มาก็ชาร์ตได้เร็วมากครับ ผมใช้ไปนานพอควรเอามาเสียบชาร์ตก็สามารถชาร์ตได้เร็วดีนะครับ เอาเครื่องวัดวัดได้มากถึง 1.01A เลยทีเดียว





4.มาว่ากันเรื่องแสง

           เจ้า S30R III ใช้รีเฟล็กซ์เป็นตัวสะท้อนแสงแบบเรียบ ไม่ใช่เลนส์ และจะใหญ่กว่ารุ่นพี่ S30R II แสงที่ออกมาทั้ง Hotspot และ Spill
ออกมาเป็นลำชัดเจน ทำให้ได้ระยะการส่องมากกว่าเจ้า  S2R ที่ผมมีอยู่ ทำให้สามารถเน้นในวัตถุใดวัตถุหนึ่งได้ดี อุณหภูมิของแสงออกแนว Cool White





         กลับมาเรื่องแสง สำหรับเจ้า S30R III แสงที่ได้มา ค่อนข้างคม ลำแสงพุ่งดีครับ Spill แคบ ดูแล้วถือเป็นไฟถายตัวเล็กที่พุ่งไกลเอาเรื่องเลยครับ
ภาพด้านล่างเป็นการถ่ายจากระยะ 1 เมตรครับ





5.ว่ากันเรื่องฟังชั่นและสวิทช์ในการใช้งาน

           เจ้า S30R III  มีเพียงปุ่มเดียวสำหรับการใช้งาน หลายคนคงนึกว่าคงไม่มีฟังชั่นอะไรมากมาย แต่ที่จริงแล้ว S30R III ให้มาครอบคลุมเลยทีเดียวครับ
ตาม Chart ภาพด้านล่างครับ

           ภาพแรกเป็นการเริ่มต้นจากสถานะไฟปิดอยู่นะครับ





           ภาพสองเป็นการใช้งานจากสถานะเปิดอยู่ครับ





5.1 สรุปโหมดการใช้งานในระดับแสงมี 5 โหมดคือ 1.โหมด Moon แสงจันทร์ 2.โหมด Low 3.โหมด Medium 4. โหมด High 5. โหมด Turbo
และก็มีโหมด Strobe ไฟแฟลช ด้วยนะครับ

5.2 จากตารางที่เขียนไว้ว่า ความจำ นั้นหมายถึง S30R III สามารถจดจำตำแหน่งโหมดการใช้งานนั้น ๆ ได้ แม้กระทั้งถอดแบตเตอรี่ออก

5.3 มีโหมดล๊อกเอาท์ ไว้สำหรับไม่ให้เกิดการเปิดโดยไม่ได้ตั้งใจ

5.4 อันนี้ชอบเลย มีระบบตั้งเวลาปิดเอง ตั้งได้สองแบบคือ 3 นาทีปิด กับ 9 นาทีปิด ใช้ประโยชน์ได้เยอะ

5.5 มีไฟ LED สีแดงที่ปุ่มกดแจ้งเมื่อแบตเตอรี่ต่ำ (3.1V) เมื่อระบบตรวจพบว่าพลังงานไม่พอ ระบบจะลดโหมดลงไปในระดับที่แบตเตอรี่สามารถทำงานได้
และไฟ LED สีแดงจะโชว์





6.ว่ากันด้วยเรื่องประสิทธิภาพและ Runtime ภาคสนาม

       ในเรื่องวงจรควบคุมทั้งการจัดการกับแรงดันไฟ และ อุณหภูมิ เจ้า S30R III ทำได้ดีเยี่ยมมาก ๆ ครับ
ทำให้ Runtime ในแต่ละโหมด สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องระยะยาวเกิน 3ชั่วโมงในทุก ๆ โหมด และสูงสุดได้ถึง 100วันในโมหด Moon

   ภาพล่าง ผมใช้แบตเตอรี่ที่ให้มา ทดสอบในโหมด Turbo เปิดจนเกือบดับครับ





          ภาพล่างนี่ระยะ 60เมตรในโหมด Turbo





           มาดูในแต่ละโหมดที่มาใน S30R III แสงต่างกันมากน้อยแค่ไหน เรียงลำดับเลยนะครับ Low-Medium-High-Turbo











           สำหรับโหมดแสงจันทร์ ออกแบบแยกออกมาต่างหากไม่ให้ไปอยู่ในโคจรของโหมดรวมหลักอาจเพราะเลือกแล้วว่าจะใช้เป็นกรณีไปเจาะจงใช้เช่น
อ่านหนังสือในเต็นท์ เปิดไว้บอกตำแหน่ง หรืองานที่ต้องใช้เวลาที่นานๆ S30R III จึงไม่เอาไปไว้ในกลุ่มโหมดรวมหลัก ทำให้การเลือกใช้ในโหมดรวมหลักน้อยลงไม่มากเกินไปนั่นเองครับ
รวมถึงโหมด Turbo ก็แยกออกมาด้วยเช่นกัน

ความถนัดในการถือใช้ รูปร่างผิวพรรณผมสวยและจับถนัดมือ ไม่มีอะไรทำให้การใช้งานสะดุด มีแม่เหล็กด้านท้ายไว้แทนขาตั้งหรือมือจับ
เล็กพกไม่ยากจับพอดีมือ

ความร้อน เจ้า S30R III มีระบบควบคุมความร้อน ซึ่งทำงานได้ดีครับ ส่วนหัวมีครีบระบายความร้อนช่วยได้ดีครับ





การบริโภคแบต ทดสอบโดยเครื่องวัด Amp Meter  จ่ายไฟด้วย Power Supply ที่ 4.2V วงจรตัดการทำงานที่ 1.5V

โหมด Moon แสงจันทร์ 0.5 Lumens      กินไฟที่ 1.2 mA
โหมด Low 12 Lumens                      กินไฟที่ 25 mA
โหมด Medium 120 Lumens               กินไฟที่ 203 mA
โหมด High 500 Lumens                   กินไฟที่ 978mA
โหมด Turbo 1050 Lumens                 กินไฟที่ 2.9A

ผมขอสรุปด้วยตัวผมว่า

-คุณสมบัติ ความสามารถ ความฉลาด เอนกประสงค์ ดีมากครับ

-วัสดุ การออกแบบ ดีมากครับ

-ขนาด น้ำหนัก ความคล่องตัว เมื่อเทียบกับความแรง ดีมากครับ

-ตำแหน่งสวิทช์ และการใช้งาน ใช้งานง่ายครับ ด้วยที่มีปุ่มเดียวจึงไม่ต้องจดจำอะไรมากมายครับ

-ชอบสุดหลายที่เลย อิอิ มีตั้งเวลาปิด, โหมดแสงจันทร์, Runtime ที่เยี่ยม และโดยเฉพาะแท่นชาร์ต

-ไม่ชอบสุดตรง เลือกแบตเตอรี่เพื่อจะได้ชาร์ตด้วยอุปกรณ์ที่ให้มาได้

สุดท้ายขอขอบคุณ TPL และร้าน PPP Shop ที่ส่งเจ้า S30R III มาให้ทดสอบครับ



บันทึกการเข้า
หน้า: [1] ขึ้นบน พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.14 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!