ThaiCPF ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ธันวาคม 11, 2017, 07:37:41 AM
หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
ข่าว: - Thai CPF - เว็บของคนรัก ไฟฉาย เป็นกลาง และ เปิดกว้าง  สำหรับทุกคน
-  เพื่อป้องกัน Spam ต้องรบกวนสมัครสมาชิกก่อนตอบกระทู้ครับ
www.fenixlight.com http://www.thaipowerlight.com/Olight-iTP-Flashlight
ThaiCPF.com Thaipowerlight.com

+  ThaiCPF - คนรักไฟฉาย บ้าไฟฉาย คุยเรื่องไฟฉาย ไฟฉายแรงสูง ไฟฉาย LED โมดิฟายไฟฉาย ซื้อ ขาย ไฟฉาย
|-+  เรื่องทั่วไปเกี่ยวกับไฟฉาย
| |-+  รีวิวไฟฉาย อุปกรณ์
| | |-+  OLIGHT S1R BATON
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] ลงล่าง พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: OLIGHT S1R BATON  (อ่าน 1592 ครั้ง)
Tula99
Verified Member
Jr. Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 35



« เมื่อ: กันยายน 28, 2016, 05:19:59 AM »

        หลังจากรื้อฟื้นวิชาแห่งแสงไฟมาสักระยะแล้วก็ได้รับไฟฉายตัวใหม่จากร้าน PPP Shop เป็นไฟฉายยี่ห้อ Olight รุ่น S1R
นำเข้าโดย Thai Power Light (TPL)

   ผิดกะตัวที่ได้ทดสอบไปครั้งที่ผ่านมาเสียเหลือเกิน ครานี้ได้มาแบบกะทัดรัด พกง่าย ชาร์ตง่าย ทุกโหมดตอบสนอง
ครอบคลุมการใช้งานได้ครบ ใช้งานง่ายเสียนี่กระไร ผมจะกล่าวต่อไปดังนี้ครับ

1.สเป็คจากโรงงาน
2.รูปลักษณ์ภายนอกภายใน
3.พลังงานที่ใช้
4.เรื่องของแสง
5.ฟังชั่นและสวิทช์ในการใช้งาน
6.ประสิทธิภาพและ Runtime ภาคสนาม

คลิ๊กที่นี่เพื่อรับชมวิดีโอ https://youtu.be/GQILIqPuPQk
ปล. ท่านใดเปิดภาพไม่ได้ให้ใช้ บาวเซอร์ Chrome หรือ Chromium นะครับ ขออภัยในความไม่สะดวกครับ





1.มาว่ากันด้วยเรื่องสเป็คจากโรงงาน


-หลอด CREE XM-L2   ที่มีอายุการใช้งานได้ถึง 50,000 ชั่วโมง เลนส์เป็น TIR Optic Lens – Real Spot

-แบตเตอร์รี่ให้มาเป็น 550mAh RCR123A โดยเป็นของทาง Olight เอง เพื่อตอบสนองกับตัวชาร์ตที่ให้มา และสามารถสร้างพลังงานแสงได้ถึง 900 Lumens

-แท่นชาร์ตแบบแม่เหล็กเพื่อความสะดวกต่อการเชื่อมต่อ (ไม่สามารถชาร์ตกับแบตเตอร์รี่อื่นที่สามารถใช้งานกับ S1R ได้)

-สายชาร์ตแท่นชาร์ตเป็นชนิด USB ที่สามารถรับกระแสได้ถึง 750mA

-การเปิดหรือปิดแสงจะไม่สว่างหรือดับไปอย่างฉับพลัน จะค่อย ๆ สว่างขึ้นและดับ เพื่อปกป้องดวงตา

-ด้านท้ายของตัว S1R เป็นแม่เหล็ก เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน ยึดติดกับเหล็ก โดยไม่ต้องใช้มือถือ

-มีโหมดล๊อกเอาท์ (Lockout) เพื่อป้องกันการเปิดโดยไม่ได้ตั้งใจ และไฟแสดงสถานะพลังงานต่ำ

-มีวงจรป้องกันกระแสไฟฟ้าย้อนกลับ

-สามารถตั้งเวลาปิดได้สองระดับคือ 3 นาที และ 9 นาที

-ขณะไม่ได้ใช้งาน Standby กินกระแสไม่เกิน 30uA

-น้ำหนัก: 36g (ไม่รวมแบตเตอรี่) รวมแบตเตอรี่ราว 50g

-อลูมิเนียม 6061-T6

-Type III- Hard anodized

-กันกระแทกได้ในระดับความสูงที่ 1.5เมตร

-กันน้ำระดับ IPX8

-ในโหมด Turbo แสงสูงสุดที่ 300-900 Lumens ได้นาน 10 นาที และจะถูกตัดมาที่โหมด Medium ที่ 60 Lumens

-ในโหมด Moon (แสงจันทร์) ที่ 0.5 Lumens ได้นาน 15 วัน

-อุปกรณ์ในกล่อง: ตัวไฟฉาย, แบต 550mAh 5C RCR123A, สายและขั้วแม่เหล็กสำหรับ USB ชาร์ต, ซองผ้า, เชือกคล้องมือ  และ คู่มือ หลากหลายภาษา ที่สำคัญมีภาษา ”ไทย” นะครับ


 











2.มาว่ากันด้วยเรื่องรูปลักษณ์ภายนอกภายใน


       เล็ก กะทัดรัด ปุ่มสวิทช์เปิดปิดง่าย วัสดุดูดีมาก มีคลิปเหน็บที่ดี เหน็บแล้วเสมอตัวบอดีพอดี แน่นหนา แข็งแรงเลยทีเดียวครับ
และถือว่าออกแบบมาได้สวยมากครับ คงเหมือนกันเจ้า น้องชาย S1 แหละครับ เสียดายที่ผมไม่มีโอกาสได้จับเจ้า S1







     ปุ่มกดใช้งานอยู่ในตำแหน่งที่เราใช้ง่ายด้วยมือเดียว มีปุ่มเดียว และมี LED สีแดงซ่อนอยู่เพื่อบอกเวลาพลังงานต่ำและโหมดล๊อกเอาท์
วงแหวนรอบปุ่มกดเคลือบสีที่ดูแล้วสะดุดตาพอควรให้เราหาง่ายขึ้น ด้านหน้าเคลือบสีเดียวกันกับวงแหวนรอบปุ่มกด
และมีความลึกพอที่จะป้องกันการกระแทกกับเจ้าตัวเลนส์ครับ
 







     มีเพียงฝาครอบท้ายเท่านั้นที่เราสามารถถอดได้ ไม่นับรวมคลิปเหน็บนะครับ ถ้ามีส่วนอื่นถอดได้ด้วย บางทีส่วนที่เราต้องการถอดกับไม่ใช่ซะงัน
และยังทำหน้าที่เป็นแม่เหล็กพร้อมจุดเชื่อมต่อสำหรับแท่นชาร์ตที่ให้มาพร้อมกัน เน้นนะครับ เจ้าแบตเตอรี่ต้องรองรับด้วยนะครับ
มิฉะนั้นแล้วจะไม่สามารถชาร์ตด้วยแท่นชาร์ตที่ให้มาได้นะครับ อ้อ เรายังสามารถวัดแรงดันไฟได้จากภายนอกเลยนะครับ ก็ขั้วสองขั้วที่เห็นด้านท้ายนี่แหละครับ








     มาดูภายในกันบ้างเมื่อเราได้ครอบครองเจ้า S1R มาแล้วเมื่อเปิดฝาท้ายก็จะเจอเจ้าพลาสติกใสเพื่อป้องกันการกินกระแสไฟจากการ
Standby ตอนขนส่งหรือสต๊อก เราก็ดึงมันออกซะครับ


     ที่แปลกตาจากทั่วไป ก็คงจะเป็นการใส่แบตเตอรี่นั้นแหละครับ ขั้วลบต้องไปอยู่ด้ายหัว และขั้วบวกกลับมาอยู่ด้วยท้ายนะครับ
อันนี้คงเป็นด้วยเรื่องของการออกแบบเพื่อให้เจ้าแบตเตอรี่นั้นมีจุดสัมผัสทั้งขั้นบวกและลบ เพื่อที่จะต่อถึงกันกับฝาท้าย
และรับกระแสจากแท่นชาร์ตแม่เหล็กครับ





ไม่ต้องห่วงเรื่องใส่แบตเตอรี่กลับขั้วนะครับ ไม่เป็นปัญหาครับ เขาออกแบบมาไม่ให้เกิดการลัดวงจรหรือกระแสไฟย้อนกลับครับ
ส่วนหน้าสัมผัสจุดเชื่อมต่อไฟฟ้านั้นดูดีมากครับ
 




     มาดูเคล็ดลับที่ Olight ทำแบตเตอรี่ RCR123A ของเขามาให้ชาร์ตกับเจ้า S1R ได้อย่างไร

     จากรูปล่าง จะเห็นวงแหวนรอบขั้วบวกของแบตเตอรี่ เป็นวัสดุนำไฟฟ้า ซึ่งต่างกับ RCR123A ทั่วไป นั้นคือไฟลบนั้นเองครับ  
และสังเกตที่ฝาปิดท้ายก็จะเป็นจุดเชื่อต่อกับเจ้าแบตเตอรี่เป็นสองส่วนเช่นกัน จึงทำให้ฝาท้ายเชื่อมต่อได้ทั้งขั้วบวกและลบ
เป็นการไม่เปลืองพื้นที่หรือขนาดของเจ้า S1R ในการออกแบบนั้นเองครับ






3.มาว่ากันด้วยเรื่องพลังงานที่ใช้

      สเป็คที่บอกมารับแบตเตอรี่ CR123A และ IMR/RCR 16340 ผมมีทดลองอยู่สี่ตัวดังรูปครับ ต้องยอมรับ RCR123A ของ Olight
ออกแบบมาให้ใช้ในโหมด Turbo ได้นานที่สุด สว่างสุดด้วยครับ นอกนั้น เปิดแป๊บเดียวก็ลดลงมาที่ โหมด High 300 Lumens
ยกเว้น CR123A (3V) จะไม่มีโหมด Turbo แต่จะเป็น High ที่ 600 Lumens





    USB ชาร์ตที่ให้มาก็ชาร์ตได้เร็วมากครับ ผมใช้ไปพอควรเอามาเสียบชาร์ตก็แป๊บเดียวเต็ม เอาเครื่องวัดวัดได้มากถึง 0.81A เลยทีเดียว
 




4.มาว่ากันเรื่องแสง


      โดยทั่วไปผมชอบไฟฉายที่ใช้หลอด LED และใช้เลนส์เป็นตัวรวมแสง แทนที่จะใช้ รีเฟล็ก (Reflex) เพราะหลอดพวก LED
แสงมันออกมาด้านหน้าด้านเดียว ถึงจะมีวัสดุที่เป็นเลนส์ครอบเจ้าหลอดอยู่แล้วจากการผลิตก็ตาม รีเฟล็กดีดีก็มีครับ แต่ต้องใช้พื้นที่ในการออกแบบ
และอีกอย่างที่เลนส์ได้เปรียบคือ ไม่มีพื้นที่อากาศให้มีช่องว่าสำหรับน้ำหรือสิ่งที่ไม่อันควรเข้าไปได้ครับ





      อ้าวกลับมาเรื่องแสง สำหรับเจ้า S1R แสงที่ได้มา ออกแนวนุ่มนวล อาจเพราะว่าเป็นเลนส์นั้นเองครับ ลำแสงไม่พุ่งมาก
ไม่กว้างเกินไป Spot และ spill ใช้งานได้เอนกประสงค์ครับ ภาพด้านล่างก็ไล่โหมดเริ่มตั้งแต่
โหมด แสงจันทร์ Moon -โหมด Low  -โหมด Medium -โหมด High -โหมด Turbo









5.ว่ากันเรื่องฟังชั่นและสวิทช์ในการใช้งาน

      เจ้า S1R มีเพียงปุ่มเดียวสำหรับการใช้งาน หลายคนคงนึกว่าคงไม่มีฟังชั่นอะไรมากมาย แต่ที่จริงแล้ว S1R ให้มาครอบคลุมเลยทีเดียวครับ
ผมไปเจอตารางในเว็บ CPF เขาทำมาดูแล้วเข้าใจได้ดี ผมเลยขออนุญาตเลียนแบบและแก้ไขที่ไม่ตรงกับการทดสอบมาลงใหม่ครับ
   
ภาพแรกเป็นการเริ่มต้นจากสถานะไฟปิดอยู่นะครับ





ภาพสองเป็นการใช้งานจากสถานะเปิดอยู่ครับ





5.1 สรุปโหมดการใช้งานในระดับแสงมี 5 โหมดคือ 1.โหมด Moon แสงจันทร์ 2.โหมด Low 3.โหมด Medium 4. โหมด High 5. โหมด Turbo
และก็มีโหมด Strobe ไฟแฟลช ด้วยนะครับ

5.2 จากตารางที่เขียนไว้ว่า ความจำ นั้นหมายถึง S1R สามารถจดจำตำแหน่งโหมดการใช้งานนั้น ๆ ได้ แม้กระทั้งถอดแบตเตอรี่ออก

5.3 มีโหมดล๊อกเอาท์ ไว้สำหรับไม่ให้เกิดการเปิดโดยไม่ได้ตั้งใจ

5.4 อันนี้ชอบเลย มีระบบตั้งเวลาปิดเอง ตั้งได้สองแบบคือ 3 นาทีปิด กับ 9 นาทีปิด ใช้ประโยชน์ได้เยอะ

5.5 มีไฟ LED สีแดงที่ปุ่มกดแจ้งเมื่อแบตเตอรี่ต่ำ เมื่อระบบตรวจพบว่าพลังงานไม่พอ ระบบจะลดโหมดลงไปในระดับที่แบตเตอรี่สามารถทำงานได้
และไฟ LED สีแดงจะโชว์ อีกกรณีคือเข้าสู่โหมด ล๊อกเอาท์ เมื่อกดปุ่ม ไฟ LED สีแดงจะโชว์ เพื่อให้ทราบว่าอยู่ในโหมด ล๊อกเอาท์





6.ว่ากันด้วยเรื่องประสิทธิภาพและ Runtime ภาคสนาม

     เห็นเล็ก ๆ แบบนี้ และคุยว่าให้แสงถึง 900 Lumens ก็สมกับที่คุยครับ เมื่อใช้โหมด Turbo แสงสูงสุด 900Lumens  
ระบบจะลดแสงลงโดยอัตโนมัติ เข้าใจได้ครับกับแบตเตอรี่ RCR123A เพียงก้อนเดียว แต่ลดแบบไล่ลำดับ ไม่ได้ลดทีละโหมดนะครับ
มันก็จะลดลงมาเรื่อง ๆ ครับ จนประมาณ 3 นาทีก็จะมาอยู่ในระดับโหมด High 300 Lumens และจะคงอยู่ไปตลอดจนแบตเตอรี่ต่ำในระดับหนึ่ง  
ระบบก็จะเปลี่ยนไปเป็นโหมด Low ตามลำดับ และถ้าระบบตรวจพบว่าแบตเตอรี่ไม่พร้อมใช้ในโหมดใดโหมดหนึ่ง ระบบก็จะเปลี่ยนโหมดลง
โดยอัตโนมัติ ทันทีครับ ที่ผมได้อ่านรีวิวมาก่อนหน้านี้ ว่าในโหมด Turbo และ โหมด High จะคงทำงานที่ 10 นาที ก็จะไม่ใช่สำหรับ S1R
ตัวที่ผมทดสอบนะครับ ขอออกตัวก่อนว่า ตัวที่ผมทดสอบเป็นแบบนี้ ทางผู้ผลิตอาจเปลี่ยนเฟิร์มแวร์ใหม่ก็เป็นได้ครับ


      ภาพล่างนี่ระยะ 60เมตรในโหมด Turbo
 




      มาดูในแต่ละโหมดที่มาใน S1R แสงต่างกันมากน้อยแค่ไหน เรียงลำดับเลยนะครับ Low-Medium-High-Turbo








     สำหรับโหมดแสงจันทร์ ออกแบบแยกออกมาต่างหากไม่ให้ไปอยู่ในโคจรของโหมดรวมหลักอาจเพราะเลือกแล้วว่าจะใช้เป็นกรณีไปเจาะจงใช้เช่น
อ่านหนังสือในเต็นท์ เปิดไว้บอกตำแหน่ง หรืองานที่ต้องใช้เวลาที่นานๆ S1R จึงไม่เอาไปไว้ในกลุ่มโหมดรวมหลัก
ทำให้การเลือกใช้ในโหมดรวมหลักน้อยลงไม่มากเกินไปนั่นเองครับ

      มาดูโหมดแสงจันท์ซิว่าเพียงพอกับการอ่านหนังสือหรือไม่ครับ ผมชอบเลยละครับ





ความถนัดในการถือใช้ รูปร่างผิวพรรณผมใช้มาสี่วันนี่จับถนัดมือ ไม่มีอะไรทำให้การใช้งานสะดุด มีแม่เหล็กด้านท้ายไว้แทนขาตั้งหรือมือจับ
พกง่าย เรียกว่าเล็กพริกขี้หนูเลยทีเดียวครับ สวยด้วย อิอิ

ความร้อน  ตัวแค่นี้ โหมด Turbo ล่อไป 900 Lumens ก็ต้องร้อนครับ แต่วงจรก็ทำมาดีมากครับ เมื่อใช้งานจริงจังแล้วกับถือได้ครับ
เพราะมันจะลดระดับแสงอัตโนมัติถ้าเปิดในโหมด Turbo และเมื่อมาอยู่ในโหมด High ก็สามารถจับถือได้สบายครับ
   
        สองรูปด้านล่างผมใช้โหมด Turbo ไป 3นาที ภาพแรกเป็นการจับความร้อนที่หัว ภาพสองเป็นการจับความร้อนที่ตัวครับ
  






การบริโภคแบต ทดสอบโดยเครื่องวัด Amp Meter
โหมด Moon แสงจันทร์ 0.5 Lumens กินไฟที่ 1.91 mA
โหมด Low 12 Lumens                      กินไฟที่ 21 mA
โหมด Medium 60 Lumens               กินไฟที่ 323 mA
โหมด High 300 Lumens                   กินไฟที่ 0.85A
โหมด High 600 Lumens                   กินไฟที่ 1.62A (CR123A)
โหมด Turbo 900 Lumens                 กินไฟที่ 2.91A

อันนี้แถมครับ กันน้ำได้ในระดับ IPX8

ต้องลองละครับ และด้วยที่เป็นเลนส์ผมเลยมั่นใจครับ






ข้อสรุปด้วยตัวผมว่า


-คุณสมบัติ ความสามารถ ความฉลาด เอนกประสงค์ ดีมากครับ

-วัสดุ การออกแบบ ดีมากครับ

-ขนาด น้ำหนัก ความคล่องตัว เมื่อเทียบกับความแรง ดีมากครับ

-ตำแหน่งสวิทช์ และการใช้งาน ใช้งานง่ายครับ ด้วยที่มีปุ่มเดียวจึงไม่ต้องจดจำอะไรมากมายครับ

-ชอบสุดหลายที่เลย อิอิ มีตั้งเวลาปิด, โหมดแสงจันทร์, โหมดTurbo, Memory และแท่นชาร์ตแม่เหล็ก

-ไม่ชอบสุดตรง เลือกแบตเตอรี่เพื่อจะได้ชาร์ตด้วยอุปกรณ์ที่ให้มาได้

สุดท้ายขอขอบคุณ TPL และร้าน PPP Shop ที่ส่งเจ้า Olight S1R มาให้ทดสอบครับ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 10, 2016, 01:43:38 PM โดย Tula99 » บันทึกการเข้า
e20oav
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2


« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 28, 2016, 05:49:48 AM »

ราคาเท่าไร ซื้อได้ที่ไหน
บันทึกการเข้า
Tula99
Verified Member
Jr. Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 35



« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 28, 2016, 06:39:11 AM »

ติดต่อป๋าสะมะ PPP Shop เลยจ๊ะพี่ e20oav


และถ้าท่านใดเปิดภาพไม่ได้ ขอให้ใชบาวเชอร์ Chrome หรือ Chromium นะครับ ต้องขออภัยในความไม่สะดวก
บันทึกการเข้า
ppp-shop
Verified Member
Jr. Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 73



« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 28, 2016, 07:10:51 AM »

ราคาเท่าไร ซื้อได้ที่ไหน
ราคา 2200 บาท  พร้อมส่ง  EMS
บันทึกการเข้า

สมเกียรติ  ประทีปพงศ์  ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด เลขบัญชี 1370224311 สาขาบางยี่ขัน มือถือ 081-6484013
Tula99
Verified Member
Jr. Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 35



« ตอบ #4 เมื่อ: กันยายน 28, 2016, 04:46:53 PM »

วิดีโอ Review ครับ https://youtu.be/GQILIqPuPQk
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] ขึ้นบน พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.14 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!